Special Offer
Special Offer
    Image
    This is a story of "Baan Sriwiang", a 116-year old colonial house on Pramuan Road, Silom. “We can make history by learning from the history”

    This is a house that allowed us to indulge in the atmosphere of Bangkok during the period of Rattanakosin era 130 (year 1912). The history can be absorbed by “stepping into the history” at ‘Baan Sriwiang’ or ‘Baan Tuek Din’ (The house behind the clay building). Sriwiang Road and Pramuan Road were directly connected to the most affluent district in those days, Charoen Krung Road which was the very first road in Bangkok that has been built and designed with influence from the Western. This particular old neighborhood area was also considered as very prosperous.

    During the reign of King Rama V, there were many foreigners living in the districts of Silom and Sathorn area. The architecture such as townhouses were greatly influenced by the western style.

    Subsequently, the western culture became the identity of the houses in those days. The house became a place where Luang Uparakarn Niramit (Dang), an official in the reign of King Rama V and VI lived. ‘Baan Tuek Din’, a white wooden house that combined the exterior architecture of Thai and Western elements throughout the interior elements. Such design was considered to be a perfect example of Colonial Influence architecture during the period of Rattanakosin era 130.

    Image
    This is a story of "Baan Sriwiang", a 116-year old colonial house on Pramuan Road, Silom. “We can make history by learning from the history”

    This is a house that allowed us to indulge in the atmosphere of Bangkok during the period of Rattanakosin era 130 (year 1912). The history can be absorbed by “stepping into the history” at ‘Baan Sriwiang’ or ‘Baan Tuek Din’ (The house behind the clay building). Sriwiang Road and Pramuan Road were directly connected to the most affluent district in those days, Charoen Krung Road which was the very first road in Bangkok that has been built and designed with influence from the Western. This particular old neighborhood area was also considered as very prosperous.

    During the reign of King Rama V, there were many foreigners living in the districts of Silom and Sathorn area. The architecture such as townhouses were greatly influenced by the western style.

    Subsequently, the western culture became the identity of the houses in those days. The house became a place where Luang Uparakarn Niramit (Dang), an official in the reign of King Rama V and VI lived. ‘Baan Tuek Din’, a white wooden house that combined the exterior architecture of Thai and Western elements throughout the interior elements. Such design was considered to be a perfect example of Colonial Influence architecture during the period of Rattanakosin era 130.

    Image
    Image
    Image
    Image
    Sriwiang Heritage House
    Sriwiang Heritage House is located along Sriwiang Rd, which is one of a pleasant area in the central Bangkok and can be easily access from BTS Surasak station. The house is a two-storey pearl white detached house commissioned more than 100 years ago in the reign of king Rama V. Our place is surrounded with shades of trees and suitable to cater various events indoor & outdoor for the guests up to 100-120 persons with 40-50 carparks
    Image
    Image
    Image
    Image
    Image
    Image
    Special Offer
    Special Offer
      Image
      Blog
      Featured image for “ค้นพบเรื่องราวกว่า 116 ปีของ “บ้านโคโลเนียล” ใจกลางกรุงเทพฯ”

      ค้นพบเรื่องราวกว่า 116 ปีของ “บ้านโคโลเนียล” ใจกลางกรุงเทพฯ

      คุณยังจำได้ไหมจากบทเรียนประวัติศาสตร์ที่เคยร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กว่าถนนสายแรกที่สร้างตามแบบตะวันตกเส้นแรกของไทยคือที่ไหน คำตอบที่เราจำได้ดีก็คือถนนเจริญกรุง เป็นศูนย์กลางความเจริญของบางกอกอันเก่าแก่ มีถนนเส้นหนุ่งที่เชื่อมกับย่านนั้นในชื่อ ถนนศรีเวียงและถนนประมวญ ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ที่สีลมและสาทรเป็นจำนวนมาก อาคารบ้านเรือนจึงได้รับวัฒนธรรมตะวันตกออกแบบเป็นบ้านเรือนสืบต่อกันมา หลวงอุปรการนิรมิต(แดง) ข้าราชการในรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 ได้อาศัยอยู่ใน ”บ้านหลังตึกดิน” บ้านสีขาวที่ผสมผสานความเป็นไทยและตะวันตกเอาไว้ตามอย่างบ้านไทยโคโลเนียล รศ.130 ในชื่อที่คุณรู้จัก ณ ปัจจุบันว่า “บ้านศรีเวียง” หากคุณตามหาความหมายว่าบ้านโคโลเนียลมีสไตล์แบบไหน จะพบว่าบ้านไทยโคโลเนียลมีความหรูหราคลาสสิคตั้งแต่ด้านนอกไปจนด้านใน ใส่รายละเอียดด้านนอกตั้งแต่หลังคาลงมาที่ชายคาจะเป็นไม้ฉลุ มองเข้าไปเห็นถึงลวดลายที่อ่อนหวาน เส้นที่มีความผสมผสาน 2 วัฒนธรรม ปรับแต่งออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ เข้ากับสภาพอากาศของเมืองไทย อยู่สบาย ในแต่ละช่วงวัน แสงแดดที่ลอดผ่านลายต่างๆ เหล่านั้นกระทบเงาลงมา สร้างความงามให้มองได้ไม่มีเบื่อ ในรายละเอียดการตกแต่งด้านใน มีเปียโนอายุกว่าร้อยปีของ Planchat จากปารีสทรงอัพไรท์ พัฒนาในช่วงศตวรรษที่ 18 ซ่อนความพิเศษกับเข็มทิศ 7 อ็อกเทฟ หรือ 84 คีย์ ปิดผิวด้วยงาช้างและคีย์ลักษณะนี้ไม่มีผลิตอีกแล้วในทุกวันนี้ หากคุณอยากเก็บความทรงจำไว้ในบ้านโคโลเนียลที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เก็บไว้ให้คนในครอบครัว เพื่อนหรือคนรุ่นหลังว่าครั้งหนึ่งเคยมีห้วงความสุขเก็บไว้ตลอดกสล “บ้านศรีเวียง” เป็นจุดหมายปลายทางใจกลางพระนครให้คุณได้เข้ามาบอกเล่าเรื่องราวของคุณไว้กับเรา…
      Featured image for “Sriwiang Heritage House สถานที่จัดงานแต่งใจกลางเมือง เรียบง่ายสไตล์ไทย-โคโลเนียล เป็นส่วนตัว เริ่มเพียง 1.8 แสนบาท”

      Sriwiang Heritage House สถานที่จัดงานแต่งใจกลางเมือง เรียบง่ายสไตล์ไทย-โคโลเนียล เป็นส่วนตัว เริ่มเพียง 1.8 แสนบาท

      Wedding Showcase @ Sriwiangวันที่ 7-8 ตุลาคม 2566 (10:00-18:00 น.)โชว์จัดงานแต่งพิเศษ พร้อมรับโปรโมชั่นภายในงานมากมาย จองวันนี้! รับส่วนลดเงินสด 10,000 บาทแถมฟรี! Voucher ถ่ายภาพ Prewedding 20,000 บาทแถมฟรี! ค่าเช่าพานขันหมาก 9 พานแถมฟรี! ของขวัญสุดพิเศษจาก Sriwiang Heritage House จัดงานแต่งแบบเป็นส่วนตัว ร่มรื่นไม่วุ่นวายที่ #บ้านศรีเวียง⁃ บ้านกึ่งไม้ 2 ชั้นสีขาวมุกให้ความรู้สึกอบอุ่น⁃ การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์สไตล์ไทยโคโลเนียล⁃ Catering Team มากประสบการณ์⁃ ต้นไม้รายล้อมรอบตัวบ้าน พิเศษ! นัดหมายเพื่อเข้าชมสถานที่วันนี้ – 15 ต.ค. 66 เพื่อรับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษ Happily ever after starts here CONTACT US >>Inbox 24 hoursTel. 081 3959566Line OA : https://lin.ee/YFJA3p2 (@sriwiangheritage)Website
      Featured image for “The inside of Sriwiang Heritage House”

      The inside of Sriwiang Heritage House

      บันทึกความรักและความทรงจำเก็บไว้ที่ “บ้านศรีเวียง”  ความสุขในวันนี้จะกลายเป็นความอบอุ่นหัวใจในวันพรุ่งนี้ ทุกครั้งที่คุณอยากสร้างประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ เราอยากให้คุณได้มาบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกับ “บ้านศรีเวียง” หรือ Sriwiang Heritage House บ้านสไตล์ไทยโคโลเนียล พาคุณย้อนกลับไปในช่วงปี ร.ศ.130 ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนประมวญ สีลม หากคุณกำลังมองหาสถานที่สำหรับฉลองงานแต่งงาน งานอีเวนท์ และงานประชุม “บ้านศรีเวียง” คือพื้นที่ที่พร้อมเปิดรับคุณในการจัดงานเลี้ยงครบวงจร บ้านเก่าสวยคลาสสิคในประวัติศาสตร์ มาสัมผัสบรรยากาศพระนครย้อนไปในช่วงรัชกาลที่ 5 ตัวบ้านเป็นไม้สีขาวไข่มุก ตกแต่งจั่วหลังคาและชายคาด้วยไม้ฉลุ ภายในมีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากยุโรปที่เจ้าของบ้านสะสมไว้บางส่วน ผสมผสานไปกับเปียโนจากฝรั่งเศสกว่าร้อยปี ด้านนอกมีต้นไม้เหมือนป่ารายล้อมบ้าน เย็นสบาย ร่มรื่นให้แสงเงาที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม อยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะจัดงานแต่งงาน งานวันเกิด งานเลี้ยงรวมรุ่น รวมครอบครัว งานอีเวนท์ที่อยากหยุดเวลาเพื่อเดินทางกลับไปในอดีต “บ้านศรีเวียง” สามารถรองรับแขกได้ 100-120 ท่าน มีที่จอดรถประมาณ 30 คัน หรือนั่งรถไฟฟ้ามาลงได้ง่ายๆ ที่ BTS สุรศักดิ์ ห่างเพียง 1 นาที  บริการอย่างมืออาชีพพร้อมประสบการณ์สุดพิเศษ คุณสามารถเข้ามาเพื่อวางแผนการจัดงาน เช่น งานแต่งงานในฝันที่คุณต้องการโดยทีม Wedding Planner มากประสบการณ์ ให้วันสำคัญของคุณได้พบความรู้สึกว่ากำลังก้าวเดินผ่านวัฒนธรรม ประเพณีไทยโบราณมาบรรจบกับความโมเดิร์นที่น่าประทับใจไปด้วยกัน
      Featured image for ““ความอ่อนช้อย” ของศิลปะยุครัตนโกสินทร์ จับใจผู้คนให้เต็มไปด้วย ”ความอ่อนโยน””

      “ความอ่อนช้อย” ของศิลปะยุครัตนโกสินทร์ จับใจผู้คนให้เต็มไปด้วย ”ความอ่อนโยน”

      เพราะศิลปะเกิดมาจากความรักและศรัทธา ทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปี ศิลปะในยุครัตนโกสินทร์ยังคงตราตรึงไว้ในความทรงจำ และมีอีกหลายห้วงเวลาที่สำคัญที่บันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ถึงทุกวันนี้ “บ้านศรีเวียง” เป็นอีกจุดหมายที่รวมศิลปะในแง่สถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่มีเรื่องราวแห่งยุครัตนโกสินทร์เอาไว้เช่นเดียวกัน การผลัดเปลี่ยนความงดงามสู่ยุครัตนโกสินทร์ ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นการรื้อฟื้นแบบอย่างจากในยุคอยุธยาที่ถูกทำลายกลับมาสร้างงานมากมายทั้งแบบปราสาท พระราชวังและวัดต่างๆ โดยรวบรวมช่างฝีมือที่ดีที่สุด กลายเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดพระศีรัตนศาสดาราม งานจิตรกรรมสืบต่อประเพณีของไทยลงบนฝาผนัง ภาพเขียนจากเรื่องราวในพระพุทธศาสนา ภาพเทวดา ภาพของการใช้ชีวิตและความเชื่อในสมัยนั้น ความรุ่งเรืองสูงสุดเกิดขึ้นในสมัยรัชกาที่ 3 กับภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถและพระวิหารซึ่งมีอิทธิพลของศิลปะจีนเข้ามาผสม จากการค้าขายกับจีนในตอนนั้น จุดเปลี่ยนของศิลปะไทยและโลกตะวันตก ถ้าพูดถึงงานศิลปะในรัตนโกสินทร์ตอนกลาง เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 4 หลังจากการติดต่อกับชาติตะวันตก ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทั้งประเพณี วัฒนธรรมและงานศิลปะประเภทต่างๆ “ขรัวอินโข่ง” จิตรกรเอกประจำรัชกาลที่ 4 ท่านเป็นศิลปินคนแรกที่ใช้เทคนิคการเขียนภาพฝาผนังตามแบบตะวันตก เห็นภาพมีมิติใกล้ไกล ใช้แสงเงาซ่อนความอ่อนช้อยในความเป็นไทยเอาไว้ได้ครบถ้วน ภาพวาดธรรมชาติของขรัวอินโข่งมีการใช้สีที่กลมกลืน สร้างภาพให้มีชีวิต เห็นถึงการเคลื่อนไหว ท่านเป็นศิลปินซึ่งบวชเป็นพระที่มีลูกศิษย์ให้การเคารพมากมาย สถาปัตยกรรมเปลี่ยนจากบ้านไม้กลายเป็นก่อสร้างด้วยอิฐ แบบไทยผสมจีน และเลียนแบบชาวตะวันตกมากขึ้น ศิลปะยุคใหม่สร้างสรรค์ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตั้งแต่รัชกาลที่ 5-6 ความรู้และการออกแบบของสถาปัตยกรรมค่อนข้างชัดเจนว่ามีอิทธิพลมาจากทางตะวันตก โดยเฉพาะการเข้ามาของโคโลเนียลสไตล์โดยช่างออกแบบชาวอิตาเลียน เมื่อสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลเข้ามาปรับให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ สร้างเอกลักษณ์ถึงทุกวันนี้ด้วยโครงสร้างอาคารและลวดลายไม้ฉลุบนกำแพง หน้าต่าง หรือช่องระเบียง และหากคุณตามหาความทรงจำจากความสวยงามและอ่อนช้อยของงานออกแบบศิลปะในอดีต “บ้านศรีเวียง” เป็นสถานที่สุดอบอุ่นซึ่งคุณสามารถมาสัมผัสบรรยากาศแบบไทยโคโลเนียล ย้อนไปในยุค ร.ศ.130 บนพื้นที่ที่กลายเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ที่นี่เป็นบ้านที่สร้างมาด้วยความรักและพร้อมส่งต่อหัวใจนี้ให้กับทุกๆ คน การมาที่บ้านศรีเวียงจะเป็นอีกประสบการณ์ไม่กี่ครั้งที่คุณสามารถร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกันกับเรา
      Featured image for “5 คาเฟ่ จุดพักใจใกล้บ้านศรีเวียง”

      5 คาเฟ่ จุดพักใจใกล้บ้านศรีเวียง

      ในซอยศรีเวียงนี้มีร้านกาแฟน่ารักๆแสนอบอุ่นเยอะเลยนะ อยู่ใกล้บ้านศรีเวียงมาก อยากจะมาแนะนำทุกคน ทางเราไปลองมาแล้วทั้ง 5 ร้านเลยอยากเอามาบอกต่อ ชอบมาก บรรยากาศดี ได้อรรถรสทุกร้านเลย ใครที่มาแถวนี้ลองแวะไปนั่งกันซักหน่อย มีอาหารและขนมอร่อยๆ พร้อมเครื่องดื่มแสนละมุนรอให้ทุกคนไปชิมอยู่นะKay’s Sathorn ร้านนี้ชื่อดังอยู่แล้ว เป็นคาเฟ่ที่อยู่ในรั้วเดียวกันกับบ้านศรีเวียงเลย จุดเด่นคือที่ร้านให้บรรยากาศที่ร่มรื่นมาก มีต้นไม้ล้อมรอบ โทนสีของทางร้านให้ความผ่อนคลายมากๆ พลังงานดีจริงๆ ร้านเขาจะมีทั้งอินดอร์และเอ้าท์ดอร์เลย มีทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหารที่เขาตั้งใจทำมากๆน่ากินทุกเมนูเลยเห็นแล้วคือต้องถ่ายรูปลงโซเชียลเลยแหละ เป็นร้านที่น่าชวนเพื่อนมาพบปะกันแบบเอ็นจอยไลฟสุดๆKaff Cafe ร้านนี้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นกันเอง มีครบเหมือนกันทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ร้านนี้เขาจะเด่นเรื่องเครื่องดื่มนะ มีหลากหลายเมนูมากและจะเน้นไปทางครีเอทีฟ คือสีสวยน่าทานจริงๆ และอาหารของที่ร้านก็จะเป็นสไตล์ทานข้าวกับที่บ้านแบบง่ายๆไม่ซับซ้อนแต่อร่อย ในร้านให้ความรู้สึกปลอดภัยและสงบยังไงบอกไม่ถูก สามารถมานั่งทำงานได้แบบไม่มีอะไรมารบกวน เป็นร้านเล็กๆที่น่ารักและได้ฟีลที่สุดเลยBelka Homemade Bakery & Tea ไหนใครชอบกินเค้ก ต้องมาเจอร้านนี้ซักหน่อย เขาเป็นร้านคาเฟ่ที่ขายเค้กรัสเซียมีหลายอย่างเลยที่น่าสนใจ และที่เป็นที่พูดถึงที่สุดคือเค้ก “Medovik” ซึ่งหาทานได้ยากนะ เขาเป็นเค้กน้ำผึ้งที่หวานละมุนลิ้นสุดๆไม่เลี่ยนเลย ยิ่งทานคู่กับชาร้อนนะ บอกได้เลยว่าฟินมาก นอกจากขนมกับเครื่องดื่ม เขาก็มีอาหารด้วยนะมีเมนูที่น่าลองเพียบเลย ภายในร้านก็ให้บรรยากาศเหมือนอยู่อาร์ตแกลเลอรี่เพราะมีรูปแขวนผนังเยอะเลยรู้สึกได้ถึงความติสในระดับนึง เป็นอีกร้านที่น่าลองBok Box ร้านกาแฟน้องหมาน้อย ทางร้านเขาเป็นธีมหมาทุกๆอย่างก็ต้องทำให้เข้ากับความที่เจ้าของร้านเป็นคนรักหมา อย่างพวกแก้วที่ใช้หรือการตกแต่งร้านของเขาก็ต้องตรงธีมค่ะน่ารักมาก แล้วก็มีน้องหมาของทางร้านมาต้อนรับด้วย ให้ความอบอุ่น ร่มรื่นแล้วก็สงบมากเลยด้วยด้วย
      Featured image for “ขนมไทยชาววังในความทรงจำ”

      ขนมไทยชาววังในความทรงจำ

      ขนมไทยชาววังในความทรงจำแฝงความรักอันงดงาม หลายครั้งที่งานมงคลของไทยจะมีขนมไทยอยู่คู่สร้างสีสันและความอร่อยโดยเฉพาะเมื่อเห็นขนมไทยโบราณระดับชาววังที่หารับประทานได้ยากด้วยขั้นตอนที่ต้องใส่ใจและประณีต ความประทับใจที่ “บ้านศรีเวียง” ไม่อยากให้ความงามและประวัติศาสตร์เลือนหายไปจึงอยากนำกลับมาเล่าใหม่อีกครั้ง เพราะขนมไทยเหล่านี้มีต้นกำเนิดมายาวนาน ปรากฏชัดในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งขนมแต่ละชนิดนั้นมีที่มาและบอกถึงความรักที่ต้องการส่งให้ถึงคนรับ เป็นความตั้งใจทำให้ในแต่ละคำทำให้มีความหมายซ่อนอยู่มากมายในนั้น… บุหลันดั้นเมฆ ขนมที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 จากเพลงพระราชนิพนธ์บุหลันเลื่อนลอย มีลักษณะเหมือนพระจันทร์สุกสว่างที่กำลังลอยอยู่กลางหมูเมฆตอนกลางคืน นึ่งในถ้วยตะไล โดยการหยอดแป้งดอกอัญชันลงไป จากนั้นตรงกลางใส่เป็นสังขยาไข่แดง นึ่งต่ออีกรอบ สัมปันนี ขนมมงคลของไทยที่มีความหมายถึงการเป็นที่รัก เป็นขนมที่มีความหอมหวาน สวยงามหลายสี ในสมัยก่อนผู้หญิงจะทำให้ชายหนุ่มพกติดตัวไว้กินในยามสงคราม เก็บไว้ได้นาน เป็นตัวแทนแห่งความรัก อินทนิล สีเขียวเป็นประกายในน้ำกะทิเป็นเอกลักษณ์ของอินทนิลหรือหยกสด ด้วยสีเขียวจากน้ำใบเตยเป็นเหมือนอัญมณีเลอค่า เป็นขนมหวานชาววังดั้งเดิม สดชื่นด้วยกลิ่นหอมควันเทียน พระพาย ขนมที่ใช้ในงานมงคลจากลักษณะนุ่ม หนึบ มีความหมายถึงความเหนียวแน่น ไส้ถั่วกวนกับมะพร้าวหอมหวานเหมือนความรักจึงทำให้ใช้ในพิธีแต่งงาน สีสันสวยงามจากสีเขียวของใบเตย และสีฟ้าจากดอกอัญชัน จ่ามงกุฎ สวยจับใจกับรูปทรงที่คล้ายกับมงกุฎ ประณีตละเอียดละออด้วยแผ่นทองที่ปิดไว้ด้านบน ผู้คนได้ยินชื่อมาจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ 2 ชื่อเดิมเรียกว่า “ดาราทองหรือทองเอกกระจัง” เสน่ห์จันทน์ ชื่อที่มีมนต์สะกดต้องใจให้คนที่รับประทานมีเสน่ห์เหมือนผลลูกจันซึ่งเมื่อสุกจะมีกลิ่นหอมยวนใจ จึงนิยมใช้ในงานแต่งงาน ขนมเรไร อีกหนึ่งขนมไทยที่อยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งกล่าวว่าคล้ายกับนกที่มาทำรังสานกันไปมา ถือว่าเป็นขนมไทยหายาก เพราะมีหลายขั้นตอนในการทำ
      Image
      Sriwiang Heritage House
      Newsletter

        Image